02-639-3399
TH EN
การบริการสำหรับผู้ป่วย> เทคโนโลยีวิวัฒนาการเครื่องมือแพทย์และการผ่าตัด

ผู้นำด้านเทคโนโลยี
ในการรักษาดวงตา

ผู้นำเทคโนโลยีริเริ่มรุดหน้า
เพื่อประสิทธิภาพการรักษาสูงสุด

2507
2512
2526
2534
2535
2538
2542
2545
2546
2548
2548
2549
2549
2550
2555
2556

พ.ศ. 2507 :
INDIRECT OPHTHALMOSCOPE

ศ.นพ. อุทัย รัตนิน
เป็นแพทย์ท่านแรกที่บุกเบิกการผ่าตัด
รักษา
โรคจอประสาทตาหลุดในประเทศไทย
และได้ทำการ
ตรวจจอประสาทตา
ร่วมกับการ
ใช้เครื่องมือ Indirect Ophthalmoscope
เป็นคนแรกในประเทศไทย

ซึ่งยังคงเป็นพื้นฐาน
การตรวจและรักษาโรคทางจอประสาทตาจนทุกวันนี้

พ.ศ. 2512 :
RUBY LASER

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก
ที่นำเลเซอร์มาใช้
ในการรักษาโรคตา
และภายใน
ปีเดียวกันได้นำเสนอวิธีลอกต้อเนื้อ

โดยปลูกเนื้อเยื่อทดแทน ซึ่งลดโอกาส

การงอกใหม่ของต้อเนื้อ
จากเดิม 40-50%
เหลือเพียง 5-10%

พ.ศ. 2526 :
ARGON LASER

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ใช้ Argon เลเซอร์
รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน

พ.ศ. 2534 :
PHACO
(Ultrasound Treatment
of Cataracts)

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ทำการสลายต้อกระจก
ด้วยอัลตร้าซาวด์
หรือ เฟโค ปัจจุบันวิธีนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

พ.ศ. 2535 :
EXEIMER LASER > RG

เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลกลุ่มแรก
ที่นำ Excimer เลเซอร์ มาใช้ในการรักษา
สายตาสั้นยาว และเอียง

***เป็นข้อมูลที่ รพ. ลงไว้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ รพ. โดยข้อมูลนี้เป็นของ RG***

พ.ศ. 2538 :
CORAL EYE IMPLANT

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ริเริ่มใช้ตาปลอมที่ทำจากปะการัง
ซึ่งให้การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติคล้ายลูกตาจริง

พ.ศ. 2542 :
PHAKIC INRAOCULAR
LENS > RG

เป็นผู้ริเริ่มใช้เลนส์เสริม
(Phakic Intraocular Lens)
เป็นแห่งแรกในไทย
เพื่อรักษาผู้ที่มี
สายตาสั้น ยาว และเอียง มากเกินกว่าจะทำเลสิคได้

*** เป็นข้อมูลที่ รพ. ลงไว้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ รพ. โดยข้อมูลนี้เป็นของ RG***

พ.ศ. 2545 :
DALK

เป็นโรงพยาบาลแห่งแรก ที่ทำการเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะชั้น
ซึ่งเป็นการพัฒนา
จากการผ่าตัดแบบดั่งเดิมที่ต้องเปลี่ยนกระจกตาแบบทั้งชั้นกระจกตา
ซึ่งได้ทำการเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะส่วนหน้าเท่านั้น
ที่เรียกว่า Deep anterior lamellar keratoplasty (DALK) ซึ่งเหมาะสำหรับ
ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระจกตาส่วนหน้าเท่านั้น เช่นกรณีเป็นแผลเป็นของกระจกตา กระจกตาขุ่นจากการสะสมของ
สารบางอย่างในกระจกตาซึ่งเกิดจาก
โรคทางพันธุกรรม กระจกตาโป่งขั้นรุนแรง


โดยจะนำเอากระจกตาส่วนหน้าออกทั้งสามชั้น เหลือเฉพาะกระจกตาส่วนหลังชั้นที่ 4 และ 5 และเอากระจกตาใหม่ชั้น 1-3
(ส่วนหน้า)
ใส่เข้าไปแทน
โดยที่จะมีไหมเย็บ
เช่นเดียวกับวิธีดั่งเดิม
แต่แผลจะแข็งแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับวิธีดั่งเดิม ถือว่าเป็นการผ่าตัดนอกลูกตา
โอกาสเกิดภาวะต้านกระจกตาน้อยกว่าวิธีแรกมาก

พ.ศ. 2546 :
OPTICAL COHERENT TOPOGRAPHY

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก
ที่ใช้ Optical Coherent Topography
นวัตกรรมใหม่ในการวินิจฉัยและติดตามผลระยะยาวของโรคต้อหิน
และโรคจอประสาทตาในแนวลึก ได้ละเอียดถึง 10 ไมครอน
(0.01 มิลลิเมตร)

พ.ศ. 2548 :
PREMIUM IOL

เป็นโรงพยาบาลกลุ่มแรกที่ทำการผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็ก ร่วมกับการใช้เลนส์แก้วตาเทียมชนิดแก้เอียง ชั้นเดียว สองชั้น และสามชั้น ทำให้เพิ่มการมองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่าในหลายระยะ โดยก่อนการผ่าตัดแพทย์จะพิจารณาคัดกรอง
ผู้ป่วยอย่างถี่ถ้วนกับความเหมาะสม ในการเลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียมแบบพรีเมี่ยม

พ.ศ. 2548 :
ENDOSCOPIC DCR

เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ใช้เทคนิค Endoscopic DCR ผ่าตัดท่อน้ำตาอุดตัน ทำให้ไม่มีแผลจากภายนอก

พ.ศ. 2549 :
MULTIFOCAL LENS

เป็นโรงพยาบาลกลุ่มแรกที่นำเลนส์แก้วตาเทียมชนิดโฟกัสหลายระยะ (Multifocal Lens) มารักษาผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาวและมีสายตายาวสูงอายุร่วมด้วย รวมทั้งเป็นต้อกระจกในคราวเดียวกัน ทำให้มองเห็นชัดทั้งใกล้และไกลโดยไม่ต้อง
สวมแว่นตา

พ.ศ. 2549 :
FERRARA RING > RG

เป็นแห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
(Southeast Asia) ที่ริเริ่มรักษาโรคกระจกตาโป่ง ด้วยวิธีใส่วงแหวน
“เฟอร์ราร่าริง” (Ferrara Ring) เพื่อปรับโครงสร้างกระจกตาและเพิ่มความแข็งแรงให้โรคกระจกตาโป่งหรือย้วย และหยุดยั้งการดำเนินของโรคทำให้ลดความจำเป็นของการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา

***เป็นข้อมูลที่ รพ. ลงไว้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ รพ. โดยแพทย์
จะให้ผู้ป่วย
ทำที่ RG***

พ.ศ. 2550 :
HRA-2

เป็นโรงพยาบาลแห่งแรก ที่ใช้เทคโนโลยี HRA2 เพื่อตรวจวิเคราะห์และถ่ายภาพ
จอประสาทตาด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดเส้นเลือดและการไหลเวียนของเลือดในจอประสาทตา ได้ละเอียดคมชัดกว่าการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลช

พ.ศ. 2555 :
DMEK

เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่ทำการบุกเบิกการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาด้วยวิธีใหม่

เฉพาะชั้นที่เรียกว่า Descemet’s Membrane Endothelial Keratoplasty (DMEK)
ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะผิวด้านหลังเท่านั้น
ซึ่งมีความบางเพียง
10 ไมครอน (1,000 ไมครอน
= 1 มิลลิเมตร) แผลผ่าตัดเล็กเพียง 3-4 มิลลิเมตร
และการฟื้นตัวของแผลและสายตาเร็วประมาณ 4 สัปดาห์
หรือเร็วกว่า และรายงานวารสารทางการแพทย์จากสหรัฐอเมริกา ได้ระบุว่าโอกาสเกิดการต่อต้านกระจกตาน้อยกว่าวิธีเปลี่ยนทั้งชั้นของกระจกตา ถึง 15-20 เท่า
จึงนับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากสำหรับการรักษาโรคกระจกตาบวมที่เกิดจากความผิดปกติของ
ชั้นในสุดของกระจกตา (Endothelial) โดยเฉพาะกระจกตาเสื่อม Fundus Dystrophy

พ.ศ. 2556 :
OPTOS

แห่งแรกในประเทศไทย ที่นำ
กล้องถ่ายภาพและตรวจวิเคราะห์ระบบ

การไหลเวียนของเส้นเลือดในจอประสาทตาด้วยระบบเลเซอร์สแกน (OPTOS)
โดยสามารถถ่ายภาพจอประสาทตาได้กว่าถึง 200 องศา
ซึ่งหากใช้กล้องถ่ายทั่วไปจะถ่ายได้แค่ 50 องศา เท่านั้น และผู้ป่วย
ไม่ต้องหยอดยาขยายม่านตาก่อนถ่ายภาพ แต่ถ้ามีการหยอดยา
ขยายม่านตาก็จะทำให้ได้ภาพ
ที่ละเอียดมากขึ้น
และสามารถถ่ายภาพ
เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติในชั้นต่างๆ
ของจอประสาทตาได้ถึงชั้นใต้สุด
(คอรอยด์ - Choroid) ซึ่งหากใช้กล้องถ่ายทั่วไปจะถ่ายได้แค่ชั้นผิวบนของจอประสาทตาเท่านั้น