| พ.ศ 2507 |
ศจ.น.พ. อุทัย รัตนิน เป็นผู้บุกเบิกการผ่าตัดรักษา โรคจอประสาทตาหลุด เป็นคนแรกในประเทศไทย |
| พ.ศ 2512 |
เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่นำ Ruby เลเซอร์ มาใช้รักษาโรคตา และภายในปีเดียวกัน ได้นำเสนอ วิธีลอกต้อเนื้อ โดยปลูกเนื้อเยื่อทดแทน ซึ่งลดโอกาสการงอกใหม่ของต้อเนื้อ จากเดิม 40-50% เหลือเพียง 5-10% |
| พ.ศ 2526 |
เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ใช้ Argon เลเซอร์ มาใช้รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน |
| พ.ศ 2534 |
เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ที่ทำการสลายต้อกระจก ด้วยอุลตร้าซาวด์ หรือ เฟโด ซึ่งเป็นวิธีการ ที่นิยมใช้ทั่วโลกในปัจจุบัน |
| พ.ศ 2535 |
เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนกลุ่มแรก ที่นำ Excimer เลเซอร์ มาใช้ในการรักษาสายตาสั้น ยาวและเอียง |
| พ.ศ 2538 |
เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่ริเริ่มการฝังปะการังในเบ้าตา เพื่อให้ตาปลอมเคลื่อนไหวคล้ายธรรมชาติ |
| พ.ศ 2542 |
เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย ที่ใช้เลนส์เสริม (Phakic Intraocular Lens) รักษาคนไข้ ที่สายตาสั้นมากเกินกว่าจะทำ เลสิคให้ได้ผลเต็มที่ |
| พ.ศ 2546 |
เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย ที่ใช้ Optical Coherent Topography นวัตกรรมใหม่ ในการวินิจฉัยและ ติดตามผลระยะยาวของโรคต้อหินและโรคจอประสาทตา |
| พ.ศ 2546 |
เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย ในการนำเข้า เทคโนโลยีสแกนลายม่านตา และ ติดตามความเคลื่อนไหวตา 3 มิติ สำหรับการทำเลสิค เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและแม่นยำสูงสุด |
| พ.ศ 2548 |
เปิดศูนย์รักษาสายตายาวด้วยคลื่นวิทยุ ( Conductive Keratoplasty : CK )เป็นวิธีการรักษาสายตายาว โดยไม่ต้องมีการแยกชั้นกระจกตา และไม่มีการสูญเสียเนื้อกระจกตาใช้เวลาในการรักษาเพียง 2-3 นาที มีความปลอดภัยสูง |
| พ.ศ 2549 |
เป็นโรงพยาบาลกลุ่มแรก ที่นำเลนส์แก้วตาเทียมชนิดโฟกัสหลายระยะ (Multifocal) มารักษาผู้ที่มีสายตายาว และเป็นต้อกระจกในคราวเดียวกัน ทำให้สามารถมองเห็นชัดทั้งไกลและใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องสวมแว่นตา |
| พ.ศ 2550 |
เป็นโรงพยาบาลแห่งแรก ที่นำเครื่อง HRA2 เพื่อถ่ายรูปจอประสาทตา และ FFA ด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งเพิ่มความคมชัดและเก็บรายละเอียดของรูปถ่ายได้มากกว่าเครื่องที่ถ่ายด้วยแสงแฟลช |